เทคนิคเทรด Forex

3 ตัวชี้วัดความผันผวน เพื่อช่วยให้เข้าเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

” ตัวชี้วัดความผันผวน “ สำหรับตลาดกราฟราคาแท่งเทียนแล้ว จะมีความผันผวน ตามจังหวะแบบธรรมชาติ ของตัวตลาดเอง และไม่เพียงแต่ มีความผันผวนตามธรรมชาติ เท่านั้น เพราะเรายังต้อง รับมือกับความผันผวน ประเภทต่างๆ อีก โดยเราอาจะต้องมี การใช้ตัวบ่งชี้ความผันผวน มาช่วยในการมองหา หรือป้องกันไว้ก่อน ก่อนที่เทรดเดอร์ จะเข้าทำการเทรด ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรักษาความคาดหวัง รวมไปถึงความมั่นใจ ในการเข้าเทรด ของตัวเทรดเดอร์เอง

ช่วงเวลาแห่งความผันผวนในตลาด สามารถสร้างสถานการณ์ขึ้นลง เปรียบได้กับรถไฟเหาะ ที่รุนแรง และความรุนแรงนี้ ในตลาดก็ยังทำให้ การเทรดยากขึ้นมาก เรามักจะเห็นความผันผวนอย่างมาก หลังจากที่มีข่าว ทั้งในและนอกตารางออก และเหตุการณ์ที่ไม่ปรกติ ในโลกใบนี้ ถือเป็นการมีลักษณะเป็นธรรมชาติ สำหรับกราฟราคาแท่งเทียน ที่เราจะมองเห็นได้อย่างง่ายดาย

ความผันผวน อาจมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ ในระหว่างการดำเนินการขยายวงขึ้น ในตลาดที่มีแนวโน้ม และความผันผวน ที่ไม่แน่นอน ในระหว่างขั้นตอนของการรวมตลาด สภาพแวดล้อมแต่ละประเภทเหล่านี้ จะมีวิธีดำรงอยู่ในตลาด ที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งเป็นสองพวกใหญ่ ดังนี้ : –

ประเภทของตลาดที่มีความผันผวน

ตลาดที่มีความผันผวนสูง

  • ประเภทของแนวโน้ม จะเป็นประโยชน์สำหรับการสวิง หรือการถือคำสั่ง ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแนวโน้ม
  • ประเภทของการ BREAK OUT จะเป็นประโยชน์สำหรับการ BREAK OUT ของการรวมกันของกราฟราคาแท่งเทียน

ตลาดที่มีความผันผวนต่ำ

  • ระบบการเทรดที่ช่อง CHANNEL ซึ่งอาจเป็นช่อง CHANNEL แบบเส้นเทรนด์ไลน์หรือเส้น BOLLINGER BAND
  • ระบบการเทรดแบบย้อนกลับ จะช่วยให้คุณได้รับตำแหน่งที่ดี ในช่วงที่ตลาดมาถึงโซนแนวรับหรือโซนแนวต้าน

การรู้ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงใดจะช่วยคุณในการเลือกใช้ “เครื่องมือที่เหมาะสม” สำหรับการเทรดแต่ละหน้างานได้ คุณอาจไม่ต้องการการมองหาการเทรดในระยะยาวที่มีความผันผวนต่ำ คุณอาจจะเข้าเทรดในตำแหน่งเหนือแนวโน้มโดยปล่อยให้คำสั่งของคุณทำกำไรไปได้เรื่อยๆ แต่ในระหว่างที่กราฟราคาในตลาดมีความผันผวนสูงซึ่งบางครั้งอาจจะส่งผลเสียต่อพอร์ตของคุณก็เป็นไปได้

ภายในทุกแพลตฟอร์มของกราฟราคา จะมีเครื่องมือที่เรียกว่าตัวบ่งชี้ความผันผวนซึ่งจะช่วยให้คุณวัดระดับความผันผวนอย่างเป็นกลางและเป็นสิ่งสำคัญคือจะต้องเข้าใจในเครื่องมือที่คุณจะใช้อย่างเต็มที่ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ไว้ว่า ไม่มีตัวบ่งชี้ความผันผวนที่ดีที่สุดที่จะใช้ได้ ดังนั้นอย่าใช้เวลามากเกินไปในการเลือกและปรับแต่งตัวบ่งชี้สิ่งนี้ใช้กับตลาดใดๆรวมถึง FOREX และ FUTURES นำไปใช้กับแผนภูมิของคุณโดยใช้การตั้งค่ามาตรฐานซึ่งจะช่วยให้คุณเริ่มเรียนรู้วิธีดูความผันผวนของราคา

การใช้ ADX เป็น ตัวชี้วัดความผันผวน

ตัวบ่งชี้ ADX วัดความแรงของแนวโน้ม ตามระดับความสูง และต่ำ ของกราฟราคา ตามจำนวนแท่งที่ระบุโดยทั่วไปคือ 14 และโดยทั่วไปแล้วเมื่อเส้นค่าเฉลี่ย 14 ข้าม LEVEL 20 หรือ 25 นั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้ม การเลื่อนลงใน ADX ถือเป็นการส่งสัญญาณการสิ้นสุดของแนวโน้ม ในขณะที่ ADX ต่ำกว่า 20 หรือ 25 ตลาดมักจะเป็นตลาดช่วง SIDE WAY

ตราบใดที่ ADX ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแนวโน้มยังคงแข็งแกร่ง แต่เมื่อ ADX เริ่มมีแนวโน้มลดลง สิ่งนี้สามารถแสดงให้คุณเห็นอย่างชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวนั้นอ่อนตัวลง ถ้าที่ ADX มีการปรับตัวขึ้นจาก LEVEL ที่ต่ำกว่า 20 สิ่งนี้สามารถบ่งบอกถึงความผันผวนได้กลับคืนสู่ตลาดแล้วและคุณอาจต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการซื้อขายให้เหมาะกับความเป็นจริงใหม่อีกครั้ง

การใช้แถบ BOLLINGER เป็น ตัวชี้วัดความผันผวน

BOLLINGER BANDS คำนวณจากระยะทาง ของกราฟราคา จากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ มากกว่าจำนวนบาร์ที่ระบุ โดยทั่วไปคือ 20 แถบนี้ เป็นจำนวนคงที่ของ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานด้านบน และด้านล่างของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ตรงกลาง โดยปกติจะเบี่ยงเบนมาตรฐานสองค่า หากความเบี่ยงเบนของราคา เป็นไปปกติ นั่นหมายความว่า 95% ของความผันผวนของราคาปกติ ควรอยู่ในแถบ

ดังนั้น การฝ่าวงล้อมจาก BOLLINGER BAND หมายถึง การเคลื่อนไหวนอกช่วงความน่าจะเป็น 95% หรือความผันผวนที่เพิ่มขึ้น นั่นเอง

การใช้แถบ BOLLINGER เป็นตัววัดความผันผวน (แบบบีบรัด)

ความผันผวน ของการบีบโดยใช้ BOLLINGER BAND นี้ ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ความผันผวนตัวเดียว ที่สามารถใช้ได้ แต่รวมทั้ง KELTNER CHANNEL อีกด้วย

ยังคงใช้ BOLLINGER BANDS ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ เพียงแต่แตกต่าง ในวิธีใช้ BOLLINGER BAND ในช่วงที่มี VOLATILITY SQUEEZE สามารถช่วยคุณ ในการกำหนด BREAK OUTS ที่แท้จริง รวมถึงจุดสิ้นสุด ของแนวโน้มที่น่าสนใจ

การใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้ กับการเทรดของคุณ

สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงตัวบ่งชี้ความผันผวนเล็กน้อย ที่มีอยู่ทั่วไป ในแพลตฟอร์มการสร้างกราฟราคาทั้งหมด ขอแนะนำให้คุณ ทดสอบกับตัวบ่งชี้เหล่านี้ และสังเกตตัวบ่งชี้เหล่านี้ให้ดี เพราะในทางปฏิบัติ สามารถเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม ในการระบุช่วงการเปลี่ยนภาพของตลาด กราฟราคาได้ และเมื่อรวมกับตัวบ่งชี้ แนวโน้มอื่นๆ หรือออสซิลเลเตอร์บางตัวแล้ว อาจทำให้เป็นพื้นฐาน ของระบบการเทรดที่มีความยืดหยุ่น ได้อีกมากเลยทีเดียว

ต้องพึงคิดอยู่เสมอว่า ไม่มีตัวบ่งชี้ที่สมบูรณ์แบบ ในทุกๆ ตลาดได้ จะต้องปรับให้เหมาะสม กับตลาดนั้นๆ ด้วยตัวคุณเอง เช่น ตัวบ่งชี้ทั้งสาม ที่กล่าวมา ในบทความนี้ สามารถใช้กับความผันผวน และสามารถทำให้คุณ ปรับเปลี่ยนระบบการเข้าเทรดได้

ในความเป็นจริง การสามารถปรับเปลี่ยน หรือยืดหยุ่นการเข้าเทรด ก็เรียกได้ว่า มีอันตรายสำหรับพอร์ตของคุณเช่นกัน เพราะคุณจะปรับแล้วปรับอีก โดยลืมคำนึงถึงวิถีการเทรด ที่แท้จริงว่า ควรทำอย่างไรกันแน่ เพราะฉะนั้น โปรดทำการศึกษาให้ดี ถึงวิธีการใช้ตัวบ่งชี้ ก่อนลงมือเทรดจริง

สามารถอ่านเรื่อง รีวิวโบรกเกอร์ forex ได้ที่นี่…

Back to top button