บทความ Forex

เส้นแนวโน้มกับเส้นแนวรับแนวต้านที่ปะทะกันใน ตลาด FOREX

เทรดเดอร์ทุกคน ที่เข้ามาใน ตลาด FOREX ย่อมต้องเริ่มต้นเรียนรู้ เกี่ยวกับ TREND ก่อนเสมอ โดยจะแบ่งเป็น UP TREND, DOWN TREND, SIDEWAY TREND เรียกได้ว่า ต้องเรียนรู้เรื่อง TREND ก่อนเรื่องอื่นอย่างแน่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่เทรดเดอร์ คงพอจะทราบกันอยู่แล้ว คือ กราฟราคาจะไม่มีทางที่จะวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่หยุดพัก ทุกๆ TREND จะมีช่วงจังหวะการย่อ หรือการพักตัวของกราฟราคา ซึ่งเทรดเดอร์เคยสังเกตุกันบ้างไหมว่า จังหวะการพักตัว มักจะเป็นช่วง ที่มีส่วนของเส้นแนวรับแนวต้าน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

บทความนี้ ขอมุ่งเน้นไปที่ การอธิบายระหว่างการต่อสู้กัน ของ 2 เส้นสำคัญได้แก่ เส้นแนวโน้ม (TREND LINE) และเส้นแนวรับ แนวต้าน (SUPPORT AND RESISTANCE TREND LINE) นอกจากเส้นแนวโน้มแล้ว เทรดเดอร์ FOREX มักจะมองเห็นเส้นแนวรับ แนวต้าน ในทุกกรอบเวลาด้วย และเป็นที่แน่นอนว่า ไม่ช้าก็เร็วกราฟราคา “จะวิ่งเข้าหา” เส้นแนวรับ แนวต้านในกรอบราคาที่ใหญ่กว่า ไม่ว่าจะเป็นเส้นแนวรับหรือเส้นแนวต้านก็ตาม

ทุกการแข่งขัน (การปะทะกัน) จะมีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งฝั่งเป็นผู้ชนะเสมอ :

  • เส้นแนวโน้มที่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดัน BREAK OUT เส้นแนวรับหรือแนวต้านไปได้
  • เส้นแนวโน้มที่ล้มเหลวหรือเรียกได้ว่าเส้นแนวรับ แนวต้านแข็งแกร่งเกินกว่าจะทำลายได้ จะเกิดการ BOUNCE ย้อนกลับได้
  • กราฟราคาแท่งเทียนมีแนวโน้มเข้าสู่โซน (SUPPORT OR RESISTANCE) แล้ว จะสามารถยืดตัวเองและกลายเป็นโซนที่ใหญ่กว่าได้ในที่สุด (จากการ BREAK OUT ไปด้านใดด้านหนึ่ง)

ทำไมเทรนด์ใน ตลาด FOREX จึงมีความสำคัญ?

ไม่ว่าคุณ จะทำการเทรดตามเทรนด์ (TREND FOLLING) หรือเทรดแบบราคาย้อนกลับ (TREND REVERSAL) คุณก็ยังคงต้อง มีการมองหาเทรนด์ด้วยวิธีที่ถูกต้อง

ในช่วงของการเทรด เราจะทำการเทรด ที่เส้นแนวโน้มเท่านั้น แต่เราจะต้องใช้เส้นแนวรับแนวต้าน มาเป็นตัวกรอง โดยทั่วไปแล้ว การทำกำไรที่เส้นแนวโน้ม ตามการเคลื่อนไหว เป็นเรื่องปรกติ แต่เทรดเดอร์จำเป็นต้องรู้ว่า เมื่อใดควรทำการเทรด และเมื่อใดที่จะต้องระมัดระวัง เพราะโซนแนวรับ แนวต้านสามารถทำกำไรได้ อย่างมากมาย ในขณะเดียวกัน ก็สามารถทำให้กำไรลดลง ได้เช่นกัน

ทำไมใน ตลาด Forex เส้นแนวรับ แนวต้านจึงมีความสำคัญ?

เส้น หรือโซนแนวรับ และแนวต้าน มีความสำคัญ ในตลาดทุกประเภท (ตลาดกลับตัว , ตลาดตามแนวโน้ม , ตลาดที่มีช่วงโซน) ระดับแนวรับ และแนวต้านที่สำคัญ จะมีความสำคัญมาก สำหรับตลาดนั้นๆ

เมื่อราคาเข้าใกล้ หรือแตะเส้น หรือโซนแนวรับ แนวต้านจะมีความเป็นไปได้สูง ที่ราคาจะ “กระทำการใดๆ” ในระดับนั้น เทรดเดอร์โปรดจำว่า เส้นแนวต้านหนึ่งเส้น เมื่อกราฟราคาสามารถ BREAK OUT ขึ้นไปได้ และเมื่อกราฟราคาลงมาทดสอบเส้นดังกล่าวอีกครั้ง เราจะเรียกเส้นนี้ว่า เส้นแนวรับแล้ว ดังนั้น เส้นหนึ่งเส้น จึงมีความหมายต่างกัน แล้วแต่ว่า กราฟราคาแท่งเทียน จะกำลังทำอะไร กับเส้นแนวรับ แนวต้านนี้อยู่

ตลาด FOREX

โดยปรกติแล้ว กราฟราคามีแนวโน้ม ที่จะหยุดเพื่อ “กระทำการใดๆ” ที่ระดับโซนแนวรับ แนวต้านเสมอ เนื่องจากเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ ในตลาด จะเห็นและคาดการณ์ว่า โซนระดับตรงนี้ จะมีความสำคัญ กราฟราคา มักจะเลือกเส้นทางที่มีแนวต้านน้อยที่สุด หมายความว่า กราฟราคาอาจจะเลือกที่จะขึ้น หรือลงที่มีการต่อต้านน้อยที่สุดได้

กราฟราคาย้อนกลับหรือBREAK OUT

ในหนึ่งเส้นแนวต้าน สามารถเป็นเส้นแนวรับ และในหนึ่งเส้นแนวรับ ก็สามารถเป็นเส้นแนวต้านได้ ในการเทรด FOREX นั้น เทรดเดอร์จะต้องรู้ว่า เส้นแนวรับแนวต้านนี้ อยู่ที่ใด เพราะเป็นตำแหน่ง ที่พวกเขารู้ว่า กราฟราคาสามารถหยุด หรือพักตัวได้

หรือในคำอื่นๆ เช่น “จุดพูดคุย” “ช่วงเวลาตัดสินใจ” การรอเพื่อไปต่อ เพื่อทำกำไรต่อ หรือการออกจากการเทรด เพื่อเอากำไรเพียงเท่านี้ หรือในทางตรงกันข้าม การออกจากการเทรด เพื่อหยุดการขาดทุน หรือการเข้าทำกำไร แบบกราฟราคาย้อนกลับเป็นต้น

สรุปได้ว่าเมื่อกราฟราคาวิ่งไปกระทบแนวรับ แนวต้านสำคัญเหล่านี้แล้ว จะมีสองสิ่งที่เราจะทำการได้คือ :

  • ทำการเทรดแบบ BREAK OUT
  • ทำการเทรดแบบ REVERSAL

ให้เทรดเดอร์ทำการเทรดให้ง่ายเข้าไว้

เทรดเดอร์ FOREX สามารถบรรลุเป้าหมาย ของการเทรด FOREX ให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น เมื่อใช้องค์ประกอบที่สำคัญนี้ ในแผนการเทรดของพวกเขา เมื่อเทรดเดอร์ FOREX เข้าใจดีอยู่แล้วว่า ช่วงที่มีแนวโน้ม เป็นช่วงที่คึกคักที่สุด ในการเข้าเทรด แต่ช่วงแนวโน้มเหล่านี้ มีสิ่งกีดขวางบนทาง ที่บางครั้ง ยากที่จะทำลาย นั่นก็คือ เส้นแนวรับ แนวต้าน

ตลาด FOREX

ดังนั้น การทำความเข้าใจ และการใช้งานของ “การปะทะกันของสองเส้นสำคัญ” นี้ จะไม่สามารถเพิกเฉยอีกต่อไป เทรดเดอร์ต้องตั้งค่า ระดับอย่างชัดเจน เช่น ตั้งค่าที่ตำแหน่งแนวรับ แนวต้านที่พวกเขา (สามารถ) ดำเนินการตามแผนการเทรด ของพวกเขาต่อไปอีกได้ และนี่คือ เหตุผลที่ต้องมีความชัดเจน :

  • สิ่งนี้ จะช่วยหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์ ช่วยหลีกเลี่ยงการตัดสินใจทางอารมณ์และลดความกลัวที่ไม่มีเหตุผลได้
  • เทรดเดอร์สามารถสร้างแผนการเทรดที่ชัดเจนได้ สำหรับการย้อนกลับหรือจุด BREAK OUT ที่เฉพาะเจาะจง
  • จำไว้ว่าเทรดเดอร์ต้องตั้งค่าด้วยตนเองเพื่อตอบสนองต่อตลาดอย่างดีที่สุดและไม่ยึดติดกับความคาดหวังว่าตลาดจะตอบสนองต่อความคิดและวิสัยทัศน์ของตนเองเท่านั้นได้
Back to top button