บทความ Forex

ทำความเข้าใจกับ แพลตฟอร์มการซื้อขาย

แพลตฟอร์มการซื้อขาย ส่วนใหญ่ มีลักษณะคล้ายกันมาก กับวิธีการจัดเรียงข้อมูล โดยปกติ เมื่อคุณเปิดแพลตฟอร์มการซื้อขาย คุณจะเห็น พื้นที่ของกราฟราคา เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ เพื่อที่จะสามารถ ทำให้คุณเข้าสู่ตลาดการค้าได้มากที่สุด และเร็วที่สุด

ส่วนที่ด้านล่าง ของพื้นที่กราฟราคา คุณมักจะเห็น ตัวบ่งชี้ที่เลือกไว้ล่วงหน้าให้แล้ว ซึ่งในตอนนี้ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะรู้ว่า ตัวบ่งชี้ได้ใช้ข้อมูลจากบนกราฟราคา นั่นเอง และการแปลงข้อมูล ก็จะแปลงให้เป็นข้อมูลภาพ เช่น กราฟบาร์ หรือกราฟเส้น หรือแม้แต่ กราฟแท่งเทียน

ส่วนด้านล่าง ใต้ข้อมูลของกราฟราคา คุณมักจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ บัญชีของคุณ การซื้อขายที่ผ่านมา หรือตำแหน่ง ที่ยังมีคำสั่งเปิดออเดอร์อยู่ เวลาที่ได้ยินเทรดเดอร์ทั่วไป พูดถึงว่า กำลังทำกำไร หรือกำลังขาดทุน ก็หมายถึง การมีกำไรหรือขาดทุน ที่แพลตฟอร์มนี้ แสดงให้คุณเห็น ที่แถบด้านล่างนี้

ทางด้านซ้าย ของกราฟราคาแท่งเทียน คุณจะพบเครื่องมือบ่งชี้เพิ่มเติม ให้คุณสามารถเลือกใช้ตามความถนัดเพิ่มเติม อีกทีหนึ่งด้วย (ยังไม่พูดถึงวิธีการใช้เครื่องบ่งชี้ อีกชั้นหนึ่ง)

ที่บริเวณด้านบน จะมีเมนูต่างๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าถึง ฟังก์ชั่นทั้งหมด โดยปกติแล้ว คุณจะพบทางลัด เพื่อเลือกกรอบเวลาที่แตกต่างกัน หรืออาจเปลี่ยนวิธีการแสดงผล ของกราฟราคาได้ หรืออาจจะเพิ่มตัวบ่งชี้โดยตรง

และนี่คือวิธีที่ แพลตฟอร์มการซื้อขาย ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมา แน่นอนว่า คุณอาจจะเห็นความแตกต่างเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่คู่มือนี้ จะทำให้ขั้นตอนเริ่มต้นง่ายขึ้น และไม่ยุ่งยากสำหรับคุณ

แพลตฟอร์มการซื้อขาย การอ่านแผนภูมิกราฟราคา สำหรับผู้เริ่มต้น

กราฟเส้น

กราฟราคาที่แสดงรูปแบบเป็นเส้น สำหรับคนที่เคยเทรดหุ้นมาก่อนอาจจะคุ้นเคย เพราะจะเห็นผ่านทั้งในทีวีและหนังสือพิมพ์ กราฟราคารูปแบบเส้นนี้จะรวมข้อมูลราคาทั้งหมดเป็นหนึ่งบรรทัดเดียว กราฟเส้นมีประโยชน์เมื่อคุณต้องการที่จะมองภาพที่กว้างขึ้น แต่ก็จะพลาดข้อมูลจำนวนมากตามที่จะเห็นในจุดถัดไป

กราฟแท่งบาร์

กราฟราคาแสดงรูปแบบเป็นแท่งบาร์ ส่วนใหญ่จะใช้โดยเทรดเดอร์ (โดยเฉพาะเทรดเดอร์ด้านเทคนิค) เนื่องจากกราฟแท่งบาร์จะแสดงความผันผวนและการเคลื่อนไหวของราคาทั้งหมดได้ ในขณะที่กราฟเส้นแสดงราคาปิดเท่านั้น

แพลตฟอร์มการซื้อขาย

กราฟแท่งเทียน

กราฟราคาแสดงรูปแบบแท่งเทียน แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของกราฟราคาทั้งหมดในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่นหากคุณดูกราฟราคาที่กรอบเวลา H1 แต่ละแท่งเทียนจะแสดงการเคลื่อนไหวของกราฟราคาในเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม ในขณะที่กราฟเส้นให้คุณหนึ่งจุดสำหรับแต่ละชั่วโมงเท่านั้น

กราฟแท่งเทียนมี 2 องค์ประกอบ คือช่วงเนื้อเทียนหรือเรียกว่า BODY และช่วงไส้ตะเกียง โดยใน BODY เป็นส่วนที่เหมือนกล่องซึ่งแสดงถึงระยะห่างระหว่างการเปิดและราคาปิด ส่วนประกอบแสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดสำหรับช่วงเวลานั้น

กรอบระยะเวลา

กรอบระยะเวลาจะอธิบายระยะเวลาสำหรับข้อมูลราคาที่แสดงในกราฟราคาของคุณ กรอบเวลาทั่วๆไปคือกรอบระยะเวลารายเดือน(MN) รายสัปดาห์(W1) รายวัน (D1) ราย 4 ชั่วโมง (H4) ราย 1 ชั่วโมง (H1) ราย 30 นาที (M30) 15 นาที (M15) 5 นาที ( M5) และ 1 นาที (M1)

ขนาดของกรอบเวลา จะกำหนดระยะเวลานั้นๆสำหรับหนึ่งแท่งเทียน ตัวอย่างเช่นหนึ่งเทียนในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงประกอบด้วยการเคลื่อนไหวของราคาทั้งหมดในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงนั้นๆ ส่วนแท่งเทียนจากกรอบเวลารายวันก็แสดงถึงการเคลื่อนไหวของตลอดเวลาของวันนั้น

ดังนั้นแท่งเทียน 4 แท่งในกรอบเวลา 15 นาทีทำขึ้นก็จะเป็นแท่งเทียน 1 แท่งของกรอบเวลา 1 ชั่วโมง และแท่งเทียน 4 แท่งในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ก็จะเป็น 1 แท่งในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง

แพลตฟอร์มการซื้อขาย ประเภทการสั่งซื้อมีอยู่สองลักษณะ คือ

คำสั่งซื้อตามกราฟราคาในตลาด

คำสั่งซื้อของกราฟราคาในตลาด เป็นคำสั่งทั่วไปที่เทรดเดอร์รายใหม่ส่วนใหญ่ใช้โดยเฉพาะ เมื่อคุณคลิกปุ่มซื้อหรือขายในแพลตฟอร์มการซื้อขายของคุณ เท่ากับว่าคุณทำการสั่งซื้อตามกราฟราคาในตลาดในขณะนั้น และการซื้อขายของคุณจะดำเนินไปในราคาที่ดีที่สุดในปัจจุบันที่คุณเห็น โดยหลักพื้นฐานแล้วคำสั่งซื้อของราคาในตลาดจะทำให้คุณสามารถทำการซื้อขายได้ทันทีในวินาทีที่คุณกดปุ่ม

การสั่งซื้อแบบตั้งค่าไว้ล่วงหน้า

คำสั่งซื้อแบบตั้งค่าไว้ล่วงหน้าจะถูกกำหนดไว้ในราคาที่แตกต่างจากราคาปัจจุบันที่มีคุณเห็นอยู่ ตัวอย่างเช่น EUR/USD มีราคา 1.2830 แต่คุณต้องการซื้อเมื่อลงไปที่1.2000 ดังนั้นคุณต้องวางคำสั่งซื้อล่วงหน้าไว้ที่ 1.2000 และเมื่อราคาไปถึง 1.2000 คำสั่งของคุณจะถูกดำเนินการและคุณสามารถมีออเดอร์คู่สกุลเงิน EUR/USD ได้ในขณะที่กราฟราคาไปถึง 1.2000 นั่นเอง มีคำสั่งล่วงหน้าที่แตกต่างกัน 4 รายการ : ให้ดูภาพประกอบด้านล่างจะเข้าใจง่ายขึ้น

  • BUY LIMIT – ซื้อต่ำกว่าราคาปัจจุบัน
  • SELL STOP – ขายต่ำกว่าราคาปัจจุบัน
  • SELL LIMIT – ขายสูงกว่าราคาปัจจุบัน
  • BUY STOP – ซื้อสูงกว่าราคาปัจจุบัน

การดำเนินการซื้อขาย และข้อมูลราคา

การเสนอราคา BID / การถามถึงราคา ASK และช่องว่างในการเก็บค่าธรรมเนียม SPREAD แพลตฟอร์มการซื้อขายจะแสดงสองราคาเสมอ : เสนอและถาม

อธิบายความแตกต่างได้ดังนี้ :

  • ราคาเสนอซื้อนั้น ต่ำกว่าราคาเสนอขายเสมอ
  • ราคาเสนอซื้อ คือ ราคาที่คุณสามารถขายได้
  • ราคาถาม คือ ราคาที่คุณสามารถซื้อได้
  • ความแตกต่างระหว่างทั้งสอง คือ ช่องว่างการเก็บค่าธรรมเนียม

คุณเคยสงสัยหรือไม่ ว่าทำไม เมื่อคุณเข้าสู่การเทรด คำสั่งหรือไม้ ที่คุณเข้าเทรด จะไม่ได้อยู่ในระดับที่นายหน้า (BROKER) ของคุณ แสดงราคาให้คุณเห็น ก่อนหน้านั้น  นั่นเป็นเพราะ ความแตกต่างระหว่าง BID กับ ASK จะมีช่องว่าง ซึ่งจะเรียกว่า SPREAD เป็นช่องสำหรับให้ BROKER เก็บค่าธรรมเนียม ในการเข้าทำการเทรด นั่นเอง


แนะนำบทความที่น่าสนใจ เรื่อง รีวิวโบรกเกอร์ GMI EDGE ที่นี่…

Back to top button