ทำไม? เทรดเดอร์ที่ เทรดแบบ BREAKOUT ส่วนมากจะเสียเงินมากกว่าได้เงิน

เทรดเดอร์ที่ เทรดแบบ BREAKOUT ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญ ของตลาดแลกเปลี่ยนต่างๆ โดยรวมแล้ว การเทรดแบบ BREAKOUT เป็นที่นิยมมาก ในหมู่เทรดเดอร์ในตลาดการเงิน ไม่ใช่แค่เพียง FOREX และยังเป็นหนึ่งในวิธีการเทรดที่เก่าแก่ที่สุด ที่สอนกันทั้งทางออนไลน์ และสอนในหนังสือ น่าเสียดายที่การสอนเหล่านั้น มีเรื่องราวมากมาย เกี่ยวกับการเทรดแบบ BREAKOUT ที่ไม่เป็นความจริงอยู่

การเทรดแบบ BREAKOUT สามารถทำกำไรได้ ในสภาวะตลาดที่แน่นอน และต้องบอกก่อนที่เราจะเข้าสู่บทความนี้ว่า เทรดเดอร์ที่เทรดแบบ BREAKOUT ไม่ได้เสียเงินทั้งหมดทุกคน ก็คงเป็นเช่นเดียวกับเทคนิคการเทรดใดๆ ถ้าคุณทำการเทรดด้วยวิธีการ BREAKOUTS และประสบความสำเร็จในการทำ เช่นนั้นก็เป็นเรื่องดี ไม่มีเหตุผลที่คุณจะต้องอ่านบทความนี้ แต่ถ้าคุณยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการเทรดแบบ BREAKOUTS บทความนี้ อาจทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไมผลลัพธ์ที่คุณมี ไม่ใช่สิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณ

เทรดแบบ BREAKOUT เกิดขึ้นที่ไหน?

เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT กำลังมองหาการเทรดในทิศทางของการเคลื่อนไหวหลังจากที่มันเริ่มขึ้นแล้ว หลักฐานทั้งหมดของการเทรดแบบ BREAKOUT มันหมุนรอบๆ  ความคิดที่ว่าถ้าตลาด BREAK OUT ไปได้ถือว่ามีนัยสำคัญโดยมันจะมีโอกาสสูงที่จะดำเนินการต่อไปในทิศทางเดียวกับที่หยุดพัก

เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT จะตรวจสอบ LEVEL ต่างๆ มากมายในตลาดสำหรับสถานที่ๆ พวกเขาสงสัยว่าจะเกิดการ BREAKOUT วิธีที่พวกเขาจะเข้าสู่การเทรดได้นั้นมักจะเป็นคำสั่ง PENDING ORDER ในระดับเหล่านี้ การเข้าสู่การเทรดโดยรวมมักจะใช้คำสั่ง PENDING และจะวางไว้ก่อนการ BREAKOUT

หนึ่งในสถานที่หลักที่พวกเขามักจะมองหาจุดพักคือระดับแนวรับ แนวต้านและสถานที่สำคัญ

อีกแห่งที่พวกเขามักจะเฝ้าสังเกตคือการสวิงสูงสุดและต่ำสุดก่อนหน้าล่าสุด

ทำไมเทรดเดอร์ที่ เทรดแบบ BREAKOUT ถึงเสียเงิน?

จากภาพตัวอย่างที่แสดงให้คุณเห็นในตอนนี้คือวิธีที่เทรดเดอร์ BREAKOUT เสียเงินในตลาด

มันมีเหตุผลที่ว่ากราฟราคามีแนวโน้มที่จะทดสอบระดับแนวรับ แนวต้านในตลาดซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเหตุผลที่ตลาดกลับมาที่ระดับเหล่านี้คือการให้เทรดเดอร์ที่พลาดการ BREAKOUT ในครั้งแรกมีโอกาสที่จะเข้าสู่ตลาดได้แต่เหตุผลหลักที่ตลาดกลับมาที่ระดับเหล่านี้คือการทำให้เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT ในรอบแรกเสียเงินและปิดคำสั่งเทรด

เทรดเดอร์รายใหญ่หรือธนาคารต้องการให้เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT ปิดคำสั่งเทรดเพราะต้องการถือคำสั่งเหล่านั้นเอง

ในภาพตัวอย่าง เทรดเดอร์รายใหญ่ต้องการคำสั่งเทรด BUY และเพื่อที่จะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ พวกเขาจึงส่งคำสั่งเทรด SELL เข้าสู่ตลาดโดยจะไปกดคำสั่งของเทรดเดอร์แบบ BREAKOUT ให้ปิดการเทรด (เพราะจะเริ่มขาดทุน) ส่งผลให้พวกเขาสามารถวางคำสั่งเทรดของตัวเองได้ ตรงจุดนี้เองที่ตลาดจะหยุดเคลื่อนไหวไม่ให้เกิดตำแหน่งสูงขึ้นอีกหลังจากเกิดการ BREAKOUT เนื่องจากเทรดเดอร์รายใหญ่ทำกำไรไปแล้ว

เมื่อคำสั่ง PENDING BUY ถูกดำเนินการเป็นจำนวนมากนี่เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์รายใหญ่ต้องการและเมื่อถึงเวลาที่ตลาดได้ BREAKOUT สวิงสูงสุดอีกครั้งเป็นช่วงเวลาที่เทรดเดอร์รายใหญ่ที่มีกำไรอยู่แล้วในการเทรดและจะมองหาวิธีที่จะทำกำไรจากตลาดเพิ่มอีก วิธีเดียวที่พวกเขาทำได้คือพวกเขาจะเพิ่มคำสั่งเทรด BUY ชุดใหม่เข้าสู่ตลาดอีก

BREAKOUTS หลอก

อีกวิธีหนึ่งที่เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT มักจะเสียเงินคือเมื่อมีการ BREAKOUT หลอก เกิดขึ้นในตลาด   สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดามากในตลาด FOREX และเป็นหนึ่งในเทคนิคหลักที่เทรดเดอร์รายใหญ่ใช้เพื่อดูดเงินของเทรดเดอร์แบบ BREAKOUT

การ BREAKOUT หลอกนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเทรดเดอร์รายใหญ่ไม่สามารถทำการเทรดทั้งหมดในตลาดได้และพวกเขาต้องการคำสั่ง BUY หรือ SELL เพิ่มและเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่สมบูรณ์โดยใช้เงินของพวกเขาเอง พวกเขาจะทำให้ตลาดมีการ BREAKOUT ไม่ว่าจะเป็นด้านบนหรือด้านล่างที่ซึ่งพวกเขารู้ว่ามีเทรดเดอร์แบบ BREAKOUT รอจังหวะอยู่ ด้วยความคิดที่ว่าเทรดเดอร์แบบ BREAKOUT มีคำสั่ง PENDING รออยู่จึงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเขาจะทำให้คำสั่งที่รอการดำเนินการพวกนี้เป็นคำสั่งเทรดได้

และหลังจากนั้นก็จะใช้วิธีการเดิมกดคำสั่งลงมาทำให้เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT ขาดทุนจนต้องปิดคำสั่งเทรดไป แน่นอนว่าพวกเขาจะสามารถทำกำไรได้ในเบื้องต้นและยังสามารถกำหนดแนวโน้มได้อีกเมื่อพวกเขาสามารถได้คำสั่งเทรดในมือมากพอ

การเพิ่มเติมคำสั่งเทรด

ในภาพตัวอย่าง ตรงตำแหน่งหมายเลข 2 คุณจะเห็นว่า กราฟราคามีการทำไส้เทียนขึ้นมา และมันหยุดอยู่ที่การ BREAKOUT แนวรับที่ผ่านมา เป็นตำแหน่งที่เทรดเดอร์รายใหญ่ต้องการวางคำสั่งเทรด SELL เพิ่มมากขึ้น

ตามลำดับขั้นตอนการวิ่งของกราฟแท่งเทียน เมื่อตลาดมีการ BREAKOUT โซนแนวรับนี้ลงไปได้ เทรดเดอร์แบบ BREAKOUT ก็จะมีคำสั่งเทรด SELL อยู่ในมือด้วยความคาดหวังของตลาดที่จะมีแนวโน้มลดลง ในขั้นต้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกราฟแท่งเทียนขยับขึ้นไปแตะเส้นแนวรับที่เมื่อสักครู่ BREAKOUT ลงมาได้ ตรงจุดนี้เองที่สร้างความกังวลใจให้กับเทรดเดอร์แบบ BREAKOUT และพวกเขาจะเริ่มทำสิ่งต่างๆ เช่นปิดคำสั่งเทรดหรืออาจจะมีบางส่วนที่รอดูท่าที

หลังจากที่กราฟแท่งเทียนถัดไปจบลงด้วยไส้เทียน ก็จะคงมีเทรดเดอร์หลายๆ รายในตลาดที่ปิดคำสั่งเทรดนั้นเพื่อทำกำไร อันที่จริงอาจจะยังไม่เห็นกำไรเท่าไหร่นักแต่ทางจิตใจส่วนใหญ่ได้กำไรไปแล้ว อีกส่วนคือการกลัวว่าจะไม่ทำเงินจากการเทรดในรอบนี้ (กลัวตลาดวิ่งกลับอีกครั้ง) อย่างที่รู้กันในตอนแรกว่า การปิดคำสั่ง SELL จะทำให้กราฟราคาวิ่งขึ้นไปและก็เป็นไปตามที่เทรดเดอร์รายใหญ่คาดการณ์ไว้ พวกเขาจะเปิดคำสั่ง SELL ให้มากขึ้นกว่าเดิมเพราะพวกเขาได้ตำแหน่งที่ดีกว่าในตอนแรก การเทรดจึงเริ่มต้นที่ไส้เทียนด้านบนของกราฟแท่งเทียนนั่นเอง

การเทรดแบบ BREAKOUT เป็นวิธีการที่ดูดีบนพื้นผิว แต่โดยทั่วไปจะไม่ดีในการดำเนินการมันเป็นเรื่องง่ายที่จะนำคุณไปสู่การหลงทางเมื่อเจอเทคนิคการล่อลวง อย่างรวดเร็วที่ดึงดูดให้เทรดเดอร์ทั่วไปเชื่อว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดี

คุณจำเป็นต้องเข้าใจวิธีการทำงานของตลาดจริงๆ แล้วมันค่อนข้างยากที่จะทราบความแตกต่างระหว่างวิธีการเทรดที่ดีและไม่ดี ถ้าให้ฉันแนะนำคุณควรมีการรองรับที่ดีเช่นการควบคุมความเสี่ยงในการเทรดหรือการมองหาสิ่งที่สองเพื่อมายืนยัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบแท่งเทียนหรืออินดิเคเตอร์ที่คุณถนัด


รีวิวโบรกเกอร์ forex อื่นๆ เพิ่มเติม ได้ที่นี่….