บทความ Forexเทคนิคเทรด Forex

RISK&REWARD เครื่องมือบริหารเงินสำหรับ METATRADER

ตำแหน่งในการเข้าเทรด มีความสำคัญมาก แต่มันไม่เป็นเพียงเท่านั้น เพราะคุณต้องเข้าใจถึง RISK&REWARD ที่คุณจะได้รับจากการเข้าเทรด ที่คุณค้นหามาได้อีกด้วย คุณอาจต้องพิจารณา จากโครงสร้างตลาดโดยรวม บางทีสิ่งที่ฉันจะแนะนำนี้ อาจเป็นตัวกรองสุดท้าย ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่า จะเข้าเทรดแบบเสี่ยงกับเงินที่หายาก ของคุณเองหรือไม่

เครื่องมือวัด RISK&REWARD บนแพลตฟอร์ม META TRADER

หลายคนอาจไม่ทันได้ฉุกคิดว่าเครื่องมือพื้นฐานบนแพลตฟอร์ม META TRADER สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันหรือเพื่อหาเป้าหมายการทำกำไรให้กับคุณได้ คุณสามารถใช้มันเพื่อมองหาอัตราส่วน RISK & REWARD ได้อย่างง่ายๆ เครื่องมือที่มีคุณสมบัติในการตั้งค่าเหล่านี้คือ FIBONACCI โดยคุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าใดๆ บนเครื่องมือนี้ได้

FIBONACCI จะระบุเป้าหมาย RR ตามระยะ STOP LOSS ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหากคุณวาง STOP LOSS ที่ระยะ 1R ของการเทรดและต้องการกำไรที่ 2R (1:2) คุณก็สามารถตั้งค่า LEVEL ใน FIBONACCI ได้

การปรับแต่งเครื่องมือ FIBONACCI

ก่อนอื่นให้คุณนำเครื่องมือ FIBONACCI ใน METATRADER ออกมาใช้เพื่อตั้งค่าหาระดับความเสี่ยงกับผลตอบแทน คุณสามารถใช้กระบวนการทีละขั้นตอนต่อไปนี้ในการปรับแต่งเครื่องมือ FIBONACCI ให้กลายเป็นเครื่องมือวัดระยะความเสี่ยงและระยะผลตอบแทนที่มีประสิทธิภาพได้โดยมีขั้นตอนดังนี้ :

ขั้นตอนที่ 1: ค้นหาไอคอนเครื่องมือ FIBONACCI ที่แถบเครื่องมือด้านบนของแพลตฟอร์ม METATRADER ของคุณคลิกเมาส์เพื่อเปิดในชาร์ตราคาของคุณ:

ขั้นตอนที่ 2: ตอนนี้คุณต้องคลิกขวาที่เครื่องมือ FIBONACCI จากนั้นคลิกที่ตัวเลือก FIBO PROPERTIES แล้วเลือกแถบ FIBO LEVELS

ขั้นตอนที่ 3: คือการปรับการตั้งค่า FIBO การตั้งค่านี้จะเป็นการตั้งค่าเฉพาะของคุณ

คุณต้องพิจารณาเพื่อค้นหาระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนของคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้สัญญาณการเข้าเทรดที่ PIN BAR การเข้าเทรดคือที่ด้านบนของแท่ง PIN BAR ในขณะที่ STOP LOSS อยู่ที่ด้านล่างของ PIN BAR ระยะตรงนี้คือ 1R เพราะเราจะคำนวณจากระดับเริ่มต้นเข้าเทรดไปถึงระดับ STOP LOSS เมื่อได้ระยะที่จะตั้งค่าแล้ว ในแถบ LEVEL FIBO คุณสามารถลบหรือเพิ่มระดับได้

ในกรณีนี้เราต้องการลบระดับทั้งหมดยกเว้นระดับ 1 หรือ 100 ที่ช่อง DESCRIPTION ซึ่งช่องดังกล่าวคุณสามารถเปลี่ยนชื่อให้คุณเข้าใจได้และระดับ 0 ซึ่งเป็นระดับ STOP LOSS ก็ตั้งชื่อไว้ได้เช่นกัน หลังการตั้งค่าคุณจะได้ เครื่องมือวัดระยะรางวัลต่อความเสี่ยงและในที่นี้มันคือระยะความเสี่ยง 1R

ขั้นตอนที่ 4: คุณหาตำแหน่ง ENTRY และ STOP LOSS ได้แล้ว

ต่อมาให้คุณหาตำแหน่งการทำกำไร โดยตอนที่เราวัด STOP LOSS มันคือระยะ 1R ให้คุณเพิ่มระดับเข้าไป ด้วยการกดปุ่ม ADD แล้วเพิ่มระยะ 2R, 3R หรือแม้แต่ 4R เผื่อไว้ก่อนก็ได้ คุณสามารถเพิ่มทวีคูณ R ได้มากเท่าที่คุณต้องการ

คุณจะเปลี่ยนกลับไปเป็นการตั้งค่า DEFAULT ของ FIBO ก็ได้หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคุณสามารถปรับเครื่องมือหาระยะความเสี่ยงกับเป้าหมายการทำกำไรให้กับการตั้งค่าใหม่ได้ เพียงคลิกที่เส้นทแยงเล็กๆ แล้วปรับเปลี่ยนค่าเป็น 1.5R หรืออย่างไรก็ได้แล้วแต่เทคนิคการเทรดของคุณเอง

เมื่อคุณทราบวิธีการปรับค่า FIBO เพื่อสร้างเครื่องมือวัดความเสี่ยงต่อผลตอบแทนแล้ว คราวนี้มาพูดถึงการใช้งาน คุณสามารถปรับใช้มันได้โดยให้สะท้อนถึงระดับ RR ของการตั้งค่าแรกของคุณ มันไม่ยากนัก! ลองดูภาพตัวอย่างด้านล่าง เพื่อดูว่ามันจะช่วยค้นหาเป้าหมายกำไรที่เป็นไปได้อย่างมีเหตุผลหรือไม่ เพราะการตั้งค่านี้มันยังทำหน้าที่เป็นตัวกรองอีกด้วย

ในตัวอย่างด้านบนในกราฟกรอบเวลารายวันที่มีแนวโน้มขาขึ้น ที่ซึ่งมันมีระดับแนวต้านสำคัญที่อยู่เหนือระดับเป้าหมายกำไร 1R ตรงจุดนี้ถ้าคุณดูสองสิ่งประกอบกันเหมือนที่ฉันเคยแนะนำไปแล้ว นั่นคือการสวิงของกราฟราคา มีการสวิง HH HL HH HL ฉันยังมองเห็นโมเมนต้มต่อเนื่องอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเกือบถึงเป้า 1R ฉันจึงเชื่อว่า จะต้องมีการ BREAKOUT ขึ้นไปอีกไกล ในสถานการณ์เช่นนี้คุณต้องพร้อมที่จะปรับชุดเครื่องมือวัดค่านี้ ถ้าในกรณีที่กราฟราคามีรูปแบบแท่งเทียนกลับตัว คุณอาจขยับจุด STOP LOSS ของคุณขึ้นไปสู่จุดคุ้มทุนหรือปิดการเทรดไปก่อนก็ได้ แต่ในภาพตัวอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากเทรนด์ที่ดำเนินต่อเนื่องและเราสามารถเห็นเป้ากำไรที่ 4R หรือ 5R ได้

พลังแห่ง RISK&REWARD

การทำความเข้าใจกับความเสี่ยงต่อผลตอบแทนและความหมายในบริบทของการจัดการเงินที่กว้างขึ้นนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในระยะยาวของคุณในฐานะเทรดเดอร์ ไม่เพียงแต่ต้องเข้าใจถึงความสำคัญของความเสี่ยงต่อผลตอบแทน

คุณต้องเริ่มคิดเกี่ยวกับการตั้งค่าการเทรดที่อาจเกิดขึ้นในแง่ของความเสี่ยงต่อผลตอบแทน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวจะไม่ชนะมากกว่า 50% ของการเทรดของพวกเขา แต่มันก็ไม่สำคัญตราบใดที่พวกเขาควบคุมพลังของความเสี่ยงต่อผลตอบแทนได้ หากคุณใช้อัตราส่วน 1: 3 ต่อการเทรดหนึ่งครั้งและคุณชนะเพียง 30% ต้องถือว่าคุณสามารถเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเทรดระยะยาวได้

ทุกครั้งที่คุณพบการตั้งค่าที่มีศักยภาพ คุณควรเริ่มคิดเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เป็นไปได้ในการเทรด การออกแบบเครื่องมือวัดระยะ RR ที่ฉันแนะนำนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้วาง STOP LOSS อย่างพลการยิ่งถ้าไปวัดระยะกับการทำกำไรด้วยแล้ว สิ่งนี้ยิ่งมีความสำคัญในระยะยาว

อย่าลืมว่า ขั้นตอนแรกคือการเรียนรู้วิธีการเข้าเทรดที่มีประสิทธิภาพและเมื่อคุณมีความเชี่ยวชาญในการเข้าเทรดแล้วให้ทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับวิธีการใช้ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเพิ่มเข้าไป คุณจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้


รีวิวโบรกเกอร์ XM เพิ่มเติม ศึกษาได้ที่นี่….

Back to top button