เทคนิคเทรด Forex

เทคนิคการหาและ การเทรดแบบ pullback

การเทรดแบบ pullback เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยม จากเทรดเดอร์รายใหญ่ และเทรดเดอร์รายย่อย รวมไปถึงสถาบันต่างๆ อย่างมากมาย เหตุผลง่ายๆ สำหรับการเทรดแบบ pullback คือ หากถึงตำแหน่งแห่งการย้อนกลับของกราฟราคาแล้ว เทรดเดอร์จะสามารถทำเงิน และยังได้ผลลัพธ์ในทันที

สำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น มันสร้างโอกาสในการจับการสวิงกลับ ของกราฟราคาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกราฟราคากลับสู่แนวโน้ม สำหรับเทรดเดอร์ระยะยาว การย้อนกลับสามารถสร้างโอกาส ในการเทรด BUY ที่ตำแหน่งกราฟต่ำกว่า และเทรด SELL ที่ตำแหน่งกราฟสูงๆ กว่าได้

แน่นอนว่า ต้องขึ้นอยู่กับการอ่านกราฟราคา อย่างถูกต้องด้วย

ความเชื่อมั่นของ การเทรดแบบ pullback ของราคา

แนวโน้มของเทรนด์และการย้อนกลับเป็นการจับคู่กัน ขณะที่กราฟราคาสวิงไป และสวิงกลับ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการเทรดมากเกินไปหรือการเทรดน้อยเกินไป นี่คือการมีโอกาสในการย้อนกลับของกราฟราคาที่ดีที่สุด ในการระบุตำแหน่งการย้อนกลับเราต้องทราบก่อนว่าแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ใดและตลาดตอบสนองอย่างไรในเวลานั้น

ตัวอย่างเช่น ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งกราฟราคาโดยทั่วไปจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ทดสอบแนวต้านแล้วตกลงเมื่อโมเมนตัมเริ่มลดลง แม้กระทั่งก่อนที่โมเมนตัมจะชะลอตัวนักเทรดที่มีประสบการณ์ก็คาดว่าจะมีการย้อนกลับก่อนที่มันจะเริ่ม นอกจากนี้แน่นอนว่าเทรดเดอร์บางคนมองเห็นว่านี่เป็นโอกาสในการทำกำไรของการย้อนกลับของกราฟราคาในระยะสั้นได้ เทคนิคง่ายๆ ที่อยากแนะนำคือไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และวงของอินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND

เทคนิค การเทรดแบบ pullbck แบบเรียบง่าย

ขั้นแรกให้วางอินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND ลงบนกราฟราคาและให้ใช้การตั้งค่า DEFAULT เพราะเป็นค่าที่ผู้คิดค้นอินดิเคเตอร์คิดและทดสอบมาแล้วว่าเป็นค่าเริ่มต้นที่ดีและเหมาะสม เส้นกลางของอินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND จะแสดงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของแนวโน้มในปัจจุบัน และยังอธิบายถึงการ PULLBACKS ต่างๆ ได้ด้วย

สิ่งแรกที่ต้องยืนยันคือตลาดกำลังมีแนวโน้มในทิศทางที่แน่นอน จากภาพตัวอย่างที่ 1 แสดงส่วนของกราฟรายวัน EUR / USD ในช่วงวันที่นี้เทรนด์เปลี่ยนจากแนวโน้มขาลง (ตลาดหมี) เป็นแนวโน้มขาขึ้น (ตลาดกระทิง)  เราสามารถมองเห็นลักษณะบางอย่างของการกลับตัวของกราฟแท่งเทียนโดยทั่วไป

เทรดแบบ pullback

ภาพตัวอย่างที่ 1 : วิธีการหาจังหวะในการเข้าเทรดแบบ PULLBACK

  • กราฟราคา BREAK สวิงต่ำสุดหรือสวิงสูงสุดได้ และสามารถแตะขอบนอกของ อินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND ได้
  • ในการกลับตัวโดยกราฟราคาข้ามกลับไปที่เส้นกึ่งกลางค่าเฉลี่ยราคาเคลื่อนที่
  • ในแนวโน้มตลาดขาลง ความสูงของการย้อนกลับกลุ่มแท่งเทียนจะไม่สูงไปกว่าสวิง HIGH ล่าสุด
  • ในแนวโน้มตลาดขาขึ้น ความสูงของการย้อนกลับจะไม่ต่ำไปกว่า สวิง LOW ของกลุ่มแท่งเทียนล่าสุดเช่นกัน

การ PULLBACKS ส่วนใหญ่มักจะเป็นระยะสั้น และมีจุดย้อนกลับที่ชัดเจน

หากการย้อนกลับของกราฟราคาขยายไป กว้างขึ้นเราจะให้ความระมัดระวังมากขึ้น หากกราฟราคาสามารถ BREAK HIGHER หรือ BREAK LOWER ได้มากกว่าแท่งเทียนนั้น นั่นเป็นสัญญาณที่แน่ชัดว่าแนวโน้มอาจจะกลับตัวแล้วไม่ใช่แค่ PULLBACK จากภาพตัวอย่างที่ 1 ด้านบนที่บริเวณกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวมีความแรงของโมเมนตั้ม ซึ่งมันคือจุดเปลี่ยนแนวโน้มจากตลาดหมีเป็นตลากกระทิง หรือเรียกได้ว่านี่คือจุดกลับตัว

จากทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เรายืนยันว่าโมเมนตัมขาลงจะชะลอตัวลงที่นี่ก่อนที่การกลับตัวจะเริ่มขึ้น สัญญาณ MACD ที่แตกต่างเป็นการยืนยันสิ่งนี้ก่อนที่การดึงกลับจะเริ่มขึ้น ภาพตัวอย่างที่ 2 มีการเกิดสัญญาณ DIVERGENCE ระหว่างกราฟราคาแท่งเทียนในช่วงที่เราเริ่มมีความไม่มั่นใจกับอินดิเคเตอร์ MACD เป็นการย้ำเตือนให้เรารู้ว่านี่อาจไม่ใช่การ PULLBACK ธรรมดา

เทรดแบบ pullback

ภาพตัวอย่างที่ 2 : มีการเกิดสัญญาณ DIVERGENCE

หาจังหวะการเข้าเทรด การเทรดแบบ pullback

เทคนิคที่ใช้กันโดยทั่วไปมากที่สุดสำหรับการเทรดแบบ PULLBACKS คือการไปในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้ม ที่นี่เราจะมีเวลาในการเข้าร่วมเทรดเพื่อเข้าสู่การเทรดตามแนวโน้ม

สำหรับนักเทรดที่เข้าเทรดตามการสวิงของกราฟราคา การเข้าและออกจากการเทรด สำหรับการเทรดแบบ PULLBACK มักจะผิดพลาดและผลกำไรสามารถพลิกกลับทางกลายเป็นความสูญเสียได้ง่าย  ให้เทรดเดอร์เข้าสู่การเทรดเฉพาะเมื่อมีความชัดเจนเพียงพอว่ามีการย้อนกลับของกราฟราคาจริงๆ โดยปกติจะต้องใช้อย่างน้อย สองหรือสามกราฟแท่งเทียนที่จุดย้อนกลับที่เคลื่อนไหวในทิศทางเดิมของแนวโน้ม

การวาง STOP LOSS

ในแนวโน้มขาขึ้นการเคลื่อนไหวของราคามีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันในครึ่งบนของกลุ่ม BOLLINGER ในแนวโน้มขาลงมันอัดแน่นในครึ่งล่าง เราสามารถใช้รูปแบบนี้ในการตัดสินใจวาง STOP LOSS ได้

ให้รู้ว่าสิ่งใดที่ควรหลีกเลี่ยง

 เนื่องจากปัญหาที่พบบ่อยมากคือคำถามว่าตำแหน่งใดที่ต้องเข้าเทรดและตำแหน่งใดที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่มีการย้อนกลับแล้วเราจะต้องเข้าเทรดเพราะกำไรอาจน้อยเกินไปทำให้ไม่ครอบคลุมอัตราความเสี่ยงต่อผลกำไร

เช่นเดียวกับเทคนิคการเทรดใดๆ อาจใช้การยืนยันอื่นๆ ช่วยในการตัดสินใจ วิธีหนึ่งในการยืนยันการย้อนกลับของกราฟราคา คือการใช้รูปแบบทางเทคนิคที่รู้จักกันเป็นส่วนใหญ่ เป็นแบบกราฟราคาต่อเนื่องหรือรูปแบบpullback เป็นต้น

เทรดแบบ pullback

สรุป เทคนิค การเทรดแบบ pullback

โดยรวมแล้วหลักการเทรดpullbackเป็นการสังเกตจากตัวเทรดเดอร์เอง เช่นมีการย้อนกลับของกราฟราคาในช่วงที่มีการชนเส้นแนวรับ แนวต้าน หรือมีการชนเส้น UPPER BAND หรือ LOWER BAND ของอินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND หรือแม้แต่การชนเส้น TRENDLINE ที่ทำให้เป็น CHANNEL ไว้ รวมไปถึงความแรงของแนวโน้มหลัก สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถมอบให้เทรดเดอร์ได้เพียงแค่แนวทาง ส่วนการฝึกฝนเป็นเรื่องราวที่ตัวเทรดเดอร์เองต้องมีความพยายามต่อไป


โบรกเกอร์ที่น่าสนใจ >>> รีวิวโบรกเกอร์ GMI EDGE

Back to top button