บทความ Forex

การเปลี่ยนแปลงหรือ ความผันผวนของตลาด จะมีอิทธิพลต่อการจัดการเงินอย่างไรบ้าง?

ช่วงเวลา 2-5 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงและ ความผันผวนของตลาด อย่างมาก ในตลาดการค้า ซึ่งในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องของ Cycle ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว เทรดเดอร์หลายราย อาจเป็นเทรดเดอร์ที่มีผลประกอบการที่ดี เป็นเวลาหนึ่งปี (หรือหลายปี) กับเทคนิคกลยุทธ์การเทรด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเมื่อพวกเขาใช้กลยุทธ์แบบเดียวกัน ในปีถัดๆ มาแต่มันกลับทำให้ผลประกอบการของพวกเขา แตกเป็นชิ้นๆ เพราะอะไร? อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า มันมี Cycle ของมันอยู่

สิ่งนี้อาจเรียกว่า กับดัก และในบทความนี้ จะช่วยคุณหลีกเลี่ยงกับดักนี้ โดยจะอธิบายว่า ทำไมคุณต้องติดตามความผันผวน และใช้การเปลี่ยนแปลงความผันผวน เพื่อปรับลดความเสี่ยง หรือเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการเทรด โดยการแก้ไขระยะ Stop Loss และเป้าหมาย Take Profit ของคุณให้เป็นไปตามความผันผวนให้ได้

บทความถูกออกแบบมา เพื่อกระตุ้นความคิดในหัวของคุณว่า คุณสามารถทำอะไรได้ มากกว่าการนั่งมองความผันผวน ที่ทำลายพอร์ตการเทรดของคุณไป หรือแม้แต่นั่งมองแล้วโมโหตัวเองว่า ควรทำอะไรได้มากกว่านี้ เพื่อเพิ่มผลกำไร

ขั้นตอน ความผันผวนของตลาด

ตลาดจะต้องผ่านช่วงความผันผวนที่แตกต่างกัน และคุณต้องระวัง ในเรื่องความผันผวนนี้ให้มาก สิ่งนี้หมายความว่า โดยทั่วไปแล้ว ตลาดอาจกำลังเผชิญกับช่วงเวลา ที่มีความผันผวนสูง ซึ่งมีการเคลื่อนไหวอย่างมาก ในแต่ละวัน หรือในทุกๆ สัปดาห์ แต่จะไม่คงอยู่ตลอดไป และในที่สุดมันก็จะสงบลง

บางครั้งความผันผวน อาจมีขนาดเล็ก บางครั้งขนาดใหญ่ หากคุณไม่ปรับโครงสร้างรางวัลต่อความเสี่ยงของคุณ ให้เหมาะสม (Risk & Reward) คุณจะพบปัญหา บางครั้งตลาดมีความผันผวนต่ำ จนดูเหมือนว่า ตลาดแทบจะไม่เคลื่อนไหว แต่ในความเป็นจริง สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลง คือความผันผวน

ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตามลำดับไปด้วย ในกรณีที่มีความผันผวนต่ำ หมายความได้ว่า การทำกำไรของคุณ อาจช้าลงกว่าเดิม นั่นจึงเป็นที่มาของการเฝ้าระวังความผันผวนตลอดเวลา ทั้งผันผวนสูงและต่ำ

แสดงตัวอย่าง

ตัวอย่างเช่น หากเป็นช่วงเวลาปรกติ เป้าหมายกำไรคุณอยู่ที่ 40 USD และ 20 USD คือ ตำแหน่ง Stop Loss ในกรณีที่เกิดความผันผวนแล้ว คุณไม่ได้ปรับการตั้งค่าการเงินใดๆ คุณอาจสูญเสีย มากกว่าที่คุณควรสูญเสีย เมื่อเทียบกับรางวัลที่คุณควรได้

เช่น หากคุณไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ คุณอาจเสียเงินที่ 20 USD แทนที่คุณจะปรับแผนก่อนคุณอาจเสียเงินเพียงแค่ 15 USD ในทำนองเดียวกันหากคุณไม่ปรับเป้าหมายการทำกำไรของคุณตามความผันผวน คุณอาจพลาดเป้าหมายที่จะได้รับรางวัลที่ 40 USD ที่ใกล้กว่าเดิม เร็วกว่าเดิมหรืออาจทำได้ที่ 50 USD นั่นหมายถึงมีกำไรมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของความผันผวน ในขณะที่ตลาดมีการเคลื่อนย้าย จำนวนเงินที่แตกต่างกัน ไปในแต่ละเดือน หรือรายไตรมาส ให้ดูเมื่อปีที่แล้วกับตอนนี้แล้วลองเปรียบเทียบความผันผวนในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร การจัดการเงินควรขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและควรมีวิวัฒนาการเมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเกิดขึ้น อย่าซื้อขายแบบเดียวกับตัวคุณเองเมื่อ 3 ปีก่อนถ้าความผันผวนลดลงครึ่งหนึ่งเหมือนเดิม

ตัวอย่างเช่น หากช่วงราคารายสัปดาห์และรายวันโดยเฉลี่ยเปลี่ยนแปลง 50% ก็ควรดำเนินการต่อโดยการวางตำแหน่ง Stop Loss และ เป้าหมาย Take Profit ของคุณก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงประมาณ 50% ด้วยเช่นกัน

จากภาพตัวอย่างด้านล่าง เป็นชาร์ตราคากรอบ Weekly คุณจะสังเกตเห็นว่าตลาดขยับจากช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง (การเคลื่อนไหวรายวันที่ยิ่งใหญ่ตาม) ไปสู่ความผันผวนที่ต่ำกว่า (การเคลื่อนไหวรายวันที่เล็กลง) ดังนั้นเมื่อคุณเห็นการเปลี่ยนแปลงของความผันผวนเกิดขึ้นคุณจำเป็นต้องปรับวิธีการจัดการเงินของคุณตามนั้น

เมื่อความผันผวนเปลี่ยนแปลงไป ระดับเส้นแนวนอน (แนวรับ แนวต้าน) ก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

ระดับเส้นแนวนอนหรือโซนแนวรับ แนวต้าน นั้นมีความสำคัญ เทรดเดอร์มืออาชีพทุกรายจะตระหนักถึงความสำคัญของแนวรับ แนวต้านเป็นอย่างมาก พวกมันสามารถใช้เป็นตำแหน่งของการวาง Stop Loss และวางเป้าหมาย Take Profit ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ATR ยังนับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ดีในการวัดความผันผวนของตลาดในปัจจุบันแต่เรายังคงใช้ระดับแนวรับและแนวต้านเป็นหลัก เพราะระดับเส้นแนวนอนเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะมองเมื่อตัดสินใจว่าจะหยุดการขาดทุนที่ใด

จากภาพตัวอย่างด้านบน ให้สังเกตจะเห็นว่าตลาดมีความผันผวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเร็วๆ นี้คุณต้องดูว่าแนวรับและแนวต้านล่าสุดเป็นอย่างไร? เมื่อคุณเข้าสู่การซื้อขาย หากตลาดมีความผันผวนสูงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้คุณจะต้องดูที่ระดับที่อยู่ห่างจากราคาปัจจุบันเพื่อมองหาตำแหน่งการหยุดพัก ในทำนองเดียวกันหากตลาดมีความผันผวนลดลงอย่างมากเมื่อเร็วๆ นี้คุณควรมองราคาใกล้สุด ล่าสุดเพื่อทำการวาง Stop Loss ของคุณ

นอกจากนี้โปรดจำไว้ว่าเนื่องจากตำแหน่ง Stop Loss ของคุณมีการเปลี่ยนแปลงดังนั้นตำแหน่งขนาด Lot ในการเข้าทำการซื้อขายของคุณก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเพื่อรักษาจำนวนความเสี่ยงดอลล่าร์ต่อการเทรดที่คุณใช้ตามปกติอยู่

สรุป ความผันผวนของตลาด

เราไม่สามารถกระโดดเข้าสู่ตลาดโดยไม่สนใจความจริงที่ว่า ตลาดมีการเคลื่อนไหวเป็ฯเอกลักษณ์แบบไดนามิกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ ความผันผวนของตลาดเป็นสิ่งที่เราต้องระวังในฐานะเทรดเดอร์ เราจำเป็นต้องสร้างนิสัยจากการสังเกตความผันผวนของตลาดทุกครั้งที่เราวิเคราะห์ตลาดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราปรับขนาด Lot ในการเทรด ขนาดการวาง Stop Loss และเป้าหมายกำไร Take Profit ตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้ดี

การเรียนรู้ที่จะรับรู้และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เปลี่ยนแปลง เป็นหน้าที่ของเทรดเดอร์มืออาชีพทุกคน


เรื่องที่แนะนำ >>> รีวิวโบรกเกอร์ GMI EDGE

Back to top button