บทความ Forexเทคนิคเทรด Forex

เทคนิค การเทรดแบบ BREAK OUT กับ BOLLINGER BAND SQUEEZE

อินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND SQUEEZE เป็นวิธีที่ดีในการวัดความผันผวนของเครื่องมือการเทรดใดๆ การใช้ UPPER BAND หรือ LOWER BAND ตั้งค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นค่า X  (โดยทั่วไปคือ 2)อยู่ห่างจาก MIDDLE BAND หรือเส้นค่าเฉลี่ยราคาเคลื่อนที่(โดยทั่วไปคือ PERIOD 20)เราจะเห็นว่าเมื่อใดที่กราฟราคามีความผันผวนสูงหรือต่ำ อินดิเคเตอร์นี้ก็จะผันผวนตามขึ้นหรือลงด้วยเช่นเดียวกัน

ตลาดใดๆ ล้วนต้องมีแนวโน้มขาขึ้น(UP TREND) ขาลง(DOWN TREND)ซึ่งเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูง อินดิเคเตอร์ BOLLINGER BAND จะขยายตัวกว้างวิ่งตามกราฟราคาไปทั้งขาขึ้น ขาลงและจะมีช่วงที่ไม่มีแนวโน้ม (SIDE WAY) หรือช่วงมีความผันผวนต่ำ ตรงจุดนี้เองที่เราจะมาใช้เทคนิคการเทรดแบบ BREAK OUT กับ BOLLINGER BAND SQUEEZE

มันหมายถึงการบีบตัวเข้าด้วยกันเพื่อเตือนเทรดเดอร์ว่ากำลังเข้าสู่ตลาดที่กำลังบีบอัดและจากการบีบอัดนี้ ในที่สุดเราก็เห็นโอกาสในการเข้าเทรดแบบ BREAK OUT นั่นคือสิ่งที่เราต้องการมองหาเพื่อเป็นช่องทางในการเข้าสู่การเทรดแบบกราฟราคาสวิง

ระบบการเทรดแบบกราฟสวิงด้วย BOLLINGER BAND SQUEEZE เป็นระบบการเทรดที่ง่ายมาก โดยให้เทรดเดอร์ลบคำพูดที่ว่าถ้ากราฟราคาไม่มีแนวโน้มไม่ให้เข้าเทรดหรือถ้ากราฟราคาคู่สกุลเงินที่เทรดเดอร์กำลังเฝ้าติดตามอยู่ไม่มีแนวโน้มไม่ให้เข้าเทรดแต่ให้หาคู่สกุลเงินอื่นเทรดแทน ทิ้งไปก่อนเพราะเทคนิคนี้คือการเทรดที่กราฟไม่มีแนวโน้ม

การมองหา BOLLINGER BAND SQUEEZE ที่ต่อเนื่องกัน

หนึ่งในคุณสมบัติหลักของ BOLLINGER BAND ก็คือมันจะแคบลงเมื่อความผันผวนของราคาลดลงโดยจะมีการเคลื่อนไหวของราคาไปที่ด้านข้างและในช่วงแคบๆ นี้เราจะเรียกมันว่า SQUEEZE

ปัญหาหลักคือเราจะไม่รู้ว่าการ SQUEEZE จะเกิดขึ้นเมื่อใด? คุณจึงต้องสแกนกราฟราคาของคุณอย่างต่อเนื่องเพื่อหาจังหวะการ SQUEEZE ของระบบนี้และเมื่อเราเห็นการ SQUEEZE นี้เกิดขึ้นเรารู้ว่ามันจะต้องมีการ BREAK OUT แต่มันจะ BREAK ที่ด้านบนหรือด้านล่างกันล่ะ? นั่นคือปัญหาข้อที่สองของเรา ปัญหาข้อที่สามคือแล้วมันจะ BREAK OUT เมื่อไหร่?

คำตอบพื้นฐานคือคุณสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกราฟราคาก่อนหน้าจากทิศทางของ BOLLINGER BAND ว่ามีทิศทางของแนวโน้มใดที่โดดเด่น

กราฟราคา BREAK OUT จาก BOLLINGER BAND SQUEEZE

เนื่องจาก BOLLINGER BANDS ไม่ใช่ระบบการเทรดแบบสแตนด์อโลน ดังนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นพื้นฐานและการมองหาจังหวะของ PRICE ACTION ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนอัตราต่อรองของการเทรดได้และเหมือนเช่นเคยในการเทรดใดๆ ย่อมไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

จากภาพตัวอย่าง เราจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคมาตรฐานคือเส้นแนวรับ แนวต้าน

  1. BOLLINGER BANDS เริ่มมีการ SQUEEZE เมื่อกราฟราคาเริ่มขยับขึ้นอีกครั้งหลังจากที่แนวโน้มขาลงเริ่มพักตัว กราฟราคาเริ่มที่จะจับเส้น MIDDLE BAND ตรงจุดนี้กราฟรามีการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย หลังจากมีการกระเด้งขึ้นและลงหลายครั้ง เราสามารถทำการลากเส้นแนวรับ แนวต้านไว้ได้
  2. กราฟราคาทำ LOWER HIGH ทำให้เราสามารถลากเส้น TREND LINE ที่ลาดต่ำลงได้ โปรดจำไว้ว่าเรากำลังมองหาการเทรด SELL จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว
  3. เราเห็นการ BREAK OUT ไปที่ด้านล่างของ BOLLINGER BANDS และในขณะที่เราสามารถเทรด SELL ได้แต่มันก็ไม่ใช่ตำแหน่งในการเข้าเทรดที่ดีมากนัก
  4. ตามปกติแล้วกราฟราคาที่มีการ BREAK OUT แล้วมักจะมีการ PULL BACK มันมักจะลงไปที่เส้น LOWER BAND แล้วถ้าย้อนกลับมาไม่เกินเส้น MIDDLE BAND เราสามารถลากเส้นเทรนด์ไลน์ลงมากันไว้ก่อนได้ ถ้ากราฟราคาชนแล้วย้อนกลับทิศทางเดิม มันจะวิ่งไปหาโซนแนวรับทางซ้ายอีกครั้ง

การตั้งค่าเหล่านี้จะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง แต่ถ้าคุณเข้าใจในเรื่องโซนแนวรับ แนวต้านและวิธีการลากเส้นเทรนด์ไลน์คุณจะสามารถทำการเทรดได้ ถึงตอนนี้ให้คุณออกจากกรอบความคิดที่ว่าไม่มีแนวโน้มไม่ให้เทรด..ได้แล้ว!

การออกจากการเทรด : STOP LOSS หรือ TAKE PROFIT

คุณไม่ควรทำการเทรดโดยไม่มี STOP LOSS อย่างไรก็ตามการมี STOP LOSS ที่มั่นคงจะยังคงดีกว่าการที่คุณจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในกรณีที่หากการ BREAK OUT ที่คุณคาดการณ์ไว้เกิดการผิดพลาด กราฟราคาวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการเทรดของคุณ

มีหลายวิธีในการวาง STOP LOSS และบางทีมันก็มีความหมายมากกว่านั้น

  • คุณสามารถวาง STOP LOSS เป็นจำนวน X PIPS จากด้านตรงข้ามของ BOLLINGER SQUEEZE ถ้ามันใกล้เกินไปและคุณสามารถขยับมันออกไปอีกได้
  • วาง STOP LOSS ที่สวิง HIGH ทางซ้ายก่อนการ BREAK OUT
  • ใช้ TRAILING STOP ภายหลังจากกราฟราคาวิ่งลงไปได้ระยะหนึ่ง คุณเริ่มมีกำไรแล้ว
  • ส่วนการหาเป้าหมาย TAKE PROFIT กรณีเทรด SELL ก็มองหาสวิง LOW ล่าสุดทางซ้ายเป็นเป้าหมายแรก แต่ถ้าเทรด BUY ก็มองหาสวิง HIGH ทางซ้ายเป็นเป้าหมายแรกเช่นกัน
  • หลังจากที่คุณได้กำไรจากเป้าหมายแรกแล้วก็ให้ดูที่การเคลื่อนไหวของกราฟราคาว่ายังคงวิ่งไปต่อในทิศทางเดิมที่คุณเข้าทำการเทรดหรือไม่ เพื่อมองหาเป้าหมายในการ TAKE PROFIT ที่สองต่อไป
  • ใช้อัตราส่วน RISK:REWARD เป็นตัวกำหนด เช่น 1:2 หรือ 1:3

ระบบการเทรดแบบ BREAK OUT นี้สำหรับการเทรดแบบกราฟสวิง ใช่หรือไม่?

ระบบการเทรดหรือเทคนิคการเทรดใดๆ สามารถใช้กับการเทรดประเภทใดก็ได้ ใน FOREX ฉันชอบการเทรดแบบกราฟสวิงเนื่องจากมีข่าวมากมายที่เกิดขึ้นทุกวันแต่ฉันไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำการเทรดแบบ SCALPING ไม่ได้

สำหรับการเทรด BREAK OUT ของBOLLINGER BAND SQUEEZE นั้นถ้าอยู่ในกรอบเวลาใหญ่อาจจะมีการย้อนกลับที่กว้างขึ้นคุณสามารถทำกำไรในส่วนนี้ได้

หากคุณต้องการลองใช้เทคนิคในการเทรดแบบรายวัน ฉันขอแนะนำให้คุณใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาที่ PERIOD 10 สิ่งนี้จะทำให้ UPPER BAND และ LOWER BAND  ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาอย่างชัดเจน แต่โปรดอย่าตามหาการตั้งค่าที่ดีที่สุด – พวกเขาไม่มีอยู่จริง


รีวิวโบรกเกอร์ XM สามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่นี่…

Back to top button